•  

DooHealthy.com

RSS PRODUCT CONTACT 081-845-3115

วัณโรคปอด

วัณโรคอาการ วัณโรคปอดจะมีอาการไอแห้งๆ อย่างเรื้อรังเป็นเวลานาน เกิน 3 สัปดาห์ และนานแรมเดือนหาก

 

ไม่ไปรักษา และมีเสมหะมาก ไอมากในเวลากลางคืน ตอนตื่นนอน และหลังรับประทานอาหาร เบื่ออาหาร น้ำหนักลดตัวผอมลง หากไอ มีเลือดออกมาด้วยแสดงว่ามีแผลในปอด มีอาการแน่นหน้าอก เจ็บชายโครง เหงื่อออก

ในรายที่เป็นมาก จะหอบหรือไอเป็นเลือดก้อนแดงๆ หรือดำๆ แต่น้อยราย

สาเหตุ เกิดจากการติดเชื้อวัณโรค ซึ่งสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางการหายใจ เชื้อวัณโรคแพร่ติดต่อทางละอองฝอยซึ่งเกิดจากการไอ จาม ของผู้ป่วยฝอยละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน จะแขวนลอยอยู่ในอากาศ และอาจถูกคนที่อยู่ใกล้ชิดสูดหายใจเข้าไปสู่หลอดลม เข้าไปเจริญเติบโตในปอด กลายเป็นวัณโรคปอดไปอีกคน จากนั้นเชื้อก็แพร่จำนวนไปเรื่อยและลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆ ตามต่อมน้ำเหลือง กระดูก กระแสเลือด เยื่อหุ้มสมอง ไปได้ทั่วร่างกาย

การติดต่ออีกทางหนึ่งเกิดจากการรับประทานอาหาร ติดต่อทางผิวหนังและทางรกจากแม่สู่ทารกในครรภ์ เชื้อเกาะติดและก่อโรคได้ในหลายอวัยวะ เช่น วัณโรคกระดูก วัณโรคต่อมน้ำเหลือง วัณโรคผิวหนัง วัณโรคลำไส้ วัณโรคที่ไต เป็นต้น วัณโรคที่เยื่อหุ้มสมองซึ่งมีอาการแสดงแตกต่างกันออกไป โดยมากจะเป็นวัณโรคปอด อาการคือ ไอมากเวลาเข้านอน ตื่นนอน และหลังรับประทานอาหาร การได้รับเชื้อวัณโรคเข้าไปในร่างกายครั้งแรกมักไม่มีอาการแสดงแต่อย่างใด

สำหรับวัณโรคนอกปอด ได้แก่

  • วัณโรคเยื่อหุ้มสมอง มีอาการปวดศีรษะ อาเจียน มีไข้ ในรายที่ป่วยมากจะมีอาการซึมหมดสติ
  • วัณโรคต่อมน้ำเหลือง ส่วนใหญ่จะพบที่คอ จะมีก้อนโตที่คอติดต่อกันเป็นสายตามตำแหน่งต่อมน้ำเหลือง ชาวบ้านเรียกว่า ฝีประคำร้อย เพราะมีลักษณะคล้ายสร้อยประคำ กดไม่เจ็บ มีอาการเรื้อรัง และก้อนอาจแตกออก มีหนองไหล เป็นๆ หายๆ
  • วัณโรคทางเดินอาหาร มีอาการไข้ น้ำหนักตัวลด บางคนมีอาการจำเพาะคือ มีอุจจาระร่วงเรื้อรัง ปวดท้อง มีลำไส้อุดตัน มีก้อนในท้องและมีน้ำในช่องท้อง
  • วัณโรคกระดูก มักมีความพิการที่ข้อกระดูกให้เห็นได้ มักพบที่กระดูกสันหลัง มีอาการปวดหลังเรื้อรัง หลังคดโก่ง และกดเจ็บ มีก้อนปูดหรือมีฝีหนอง
  • วัณโรคไต จะมีปัสสาวะเป็นเลือดหรือมีหนองปนมาในปัสสาวะ
  • วัณโรคกล่องเสียง ทำให้เสียงแหบ
  • วัณโรคลำไส้ มีอาการไข้ ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเดินเรื้อรัง ซูบผอม ถ้าลุกลามไปที่เยื่อบุช่องท้องจะทำให้เกิดอาการท้องมานได้

การวินิจฉัย แพทย์ซักถามประวัติตรวจร่างกาย และสั่งเก็บเสมหะเพื่อย้อมสีพิเศษหาเชื้อวัณโรค (เรียกว่าการตรวจ AFB) แพทย์อาจจะสั่งตรวจเอกซเรย์ปอดร่วมด้วย บางรายเช่น กรณีดื้อยา แพทย์อาจสั่งทำการเพาะเชื้อวัณโรคจากเสมหะ และการทดสอบความไวของเชื้อ

การรักษา ในผู้ป่วยที่เคยรับการรักษาครั้งแรกครบตามจำนวนจะทำให้ผู้ป่วยหายจากโรคร้อยละ 85 ถ้าการรักษาครั้งแรกล้มเหลวจะทำให้การรักษาต่อไปยากยิ่งขึ้น เพราะการดื้อยาและผลแทรกซ้อนสูง

  • ผู้ป่วยวัณโรคปอดที่มีเงาผิดปกติขนาดเล็กในภาพรังสีทรวงอก ตรวจเสมหะไม่พบเชื้อวัณโรค หรือพบจำนวนน้อย จะรักษาด้วยยา 2 ขนาน คือ ไอโซไนอาซิด (INH) ร่วมกับยาอื่นอีก 1 ขนาน ทุกวัน เป็นเวลา 1 ปีครึ่ง ถึง 2 ปี การใช้ยาเพียงชนิดเดียวมักจะรักษาไม่ได้ผล
  • ผู้ป่วยวัณโรคที่มีเงาผิดปกติขนาดใหญ่มากในภาพรังสีทรวงอก มีโพรงในปอด ตรวจพบเชื้อวัณโรคจำนวนมากในเสมหะหรือมีโรคแทรก เนื่องจากวัณโรค แพทย์มักใช้ยา 3 ขนาน ในระยะ 2-3 เดือนแรกและตามด้วยการใช้ยา 2 ขนาน จนครบ 1 ปีครึ่ง ถึง 2 ปี โดยเพิ่มสเตรปโตมัยซิน หรือไรแฟมปิซิน ในระยะ 2-3 เดือนแรก
  • ส่วนผู้ป่วยรายเก่าที่กำเริบใหม่ หรือภาวะอื่นๆ จะมีสูตรยาที่แตกต่างกันออกไป

นอกจากนี้แพทย์จะให้ยารักษาตามอาการ อย่างเช่น ซีึด หรือเบื่ออาหารก็ให้ยาเม็ดเฟอร์รัสซัลเฟต ช่วยสร้างเลือดและให้วิตามินรวม อย่างละ 2-3 เม็ดต่อวัน ช่วยเพิ่มความต้องการอาหารและบำรุงร่างกาย ถ้าไอมีเสลดมากจะให้ยาขับเสมหะ

สำหรับการกินยาทุกชนิด ควรใช้วันละ 1 ครั้ง ตอนท้องว่าง เช่น ก่อนนอน เป็นต้น เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด

ระหว่างใช้ยาหากมีอาการผิดปกติ ซึ่งเป็นอาการข้างเคียงของยา เช่น คลื่นไส้ อาเจียน คัน นอนไม่หลับ เป็นต้น คนที่มีอาการข้างเคียงรุนแรง เช่น เป็นไข้ ปวดข้อ ดีซ่าน เป็นต้น ควรไปพบแพทย์ อย่าหยุดใช้ยาด้วยตนเอง แพทย์จะมีวิธีการให้ยาใหม่ เมื่ออาการหายเหล่านี้หายไป จึงเริ่มให้ยารักษาวัณโรคจากขนาดน้อย

ผู้ป่วยมักเข้าใจผิดว่าเมื่อทานยาได้สักระยะหนึ่ง อย่างเช่น 2-3 เดือนแล้วอาการดีขึ้น ไข้ลดลง ไอน้อยลง ทานข้าวได้มากขึ้น น้ำหนักเพิ่ม ก็นึกว่าหายแล้ว จึงไม่ยอมทานยาต่อให้ครบชุด ซึ่งเชื้อโรคยังไม่หมดไป จึงทำให้เกิดปัญหาเชื้อโรคดื้อยา ทำให้กลายเป็นวัณโรคเรื้อรังรักษายาก ดังนั้นผู้ป่วยควรทานยาต่อไปทุกวันจนครบกำหนด ไปรับยารักษาตามแพทย์นัด อย่าได้ขาด อาจต้องเอกซเรย์หรือตรวจเสมหะซ้ำ ทุก 3-6 เดือน และระวังไม่ให้เชื้อจากตนเองแพร่สู่คนอื่น สำหรับคนใกล้ชิดที่มีอาการสงสัยว่าจะเป็นวัณโรค เช่น เป็นไข้เรื้อรัง เบื่ออาหาร ไอนานกว่า 3 สัปดาห์ อ่อนเพลีย เป็นต้น ควรรีบพบแพทย์ รักษาเสียแต่เนิ่นๆ เป็นการป้องกันมิให้โรคลุกลามและมิให้แพร่เชื้อให้ผู้อื่นต่อไป ปัจจุบันคนไทยเป็นโรคนี้กันมาก ทั้งที่แสดงและไม่แสดงอาการ

การป้องกัน โรคนี้ป้องกันได้ในทารกตั้งแต่แรกคลอด ทุกคนจะได้รับการฉีดวัคซีนบีซีจี 1 เข็ม ป้องกันการติดเชื้อวัณโรคได้ แต่ไม่ 100%

Career

อาชีพเสริมทำเงินหรือเป็นรายได้เสริมจากงานประจำ More...

Products

ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามระดับโลกด้วยรางวัล More...

Contact

Tel: 081-845-3115 แนะนำสินค้าชั้นนำได้อย่างตรงจุด More...

Twitter





สำนักงานบัญชี

Like Box