•  

DooHealthy.com

RSSบอกรับฟีดความรู้คู่สุขภาพอย่างต่อเนื่องโดยผู้นำศาตร์การป้องกัน Subscribe Now! >

ยารักษาอาการวิตกกังวล

ยาสำหรับรักษาโรคเครียดวิตกกังวลยารักษาอาการวิตกกังวล เป็นยาที่มีฤทธิ์ทำให้ประสาทสงบ ช่วยลดความวิตกกังวล ความกระวนกระวาย

 

ลดอาการตื่นเต้น เครียด ยากลุ่มนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

1. Benzodiazepines และ
2. Nonbenzodiazepines

Benzodiazepines เป็นยาที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางที่สุดในโลก และนำมาใช้แทนพวก barbiturates ซึ่งเคยใช้เป็นยานอนหลับในอดีต Benzodiazepines ใช้ในการรักษาอาการวิตกกังวล และความผิดปกติของการนอนหลับ ยานี้ได้รับความนิยมว่ามีประสิทธิภาพมากในลักษณะของความปลอดภัย และเป็นยาหลักที่ใช้ในการลดความวิตกกังวลและอาการนอนไม่หลัีบ ตัวยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ Chlordiazepoxide (Librium), Diazepam (Valium), Oxazepam (Serax), Lorazepam (Ativan), Prazepam (Prazepine)

ฤทธิ์ของยา Benzodiazepines จะไปออกฤทธิ์ที่ระบบประสาทส่วน neurotrans-mitter ที่ชื่อ GABA ทำให้ระดับความวิตกกังวลในบุคคลลดลง ยานี้สามารถดูดซึมในระบบทางเดินอาหาร และมีฤทธิ์อยู่นานตั้งแต่ 3-4 ชั่วโมงอาจนานถึง 24-72 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับขนาดของยา และความทนทานของร่างกาย การใช้ยานี้จึงต้องระมัดระวัง อาการง่วงนอน ไม่สดชื่น และหิวบ่อย

ข้อควรระวัีงในการใช้ยานี้

เมื่อใช้ยานี้ควรระมัดระวังอาการดังนี้

1. อาการง่วงนอน ควรระมัดระวังการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะการใช้เครื่องจักรกล
2. เดินเซ (Ataxia) จัดให้ผู้ป่วยพักผ่อน
3. อารมณ์หงุดหงิดง่าย สังเกตอาการอธิบายให้เข้าใจ และคอยช่วยเหลือ
4. การติดยาเมื่อใช้ไปนานๆ ติดตามดูแลและให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องการใช้ยา
5. คลื่นไส้อาเจียน ปวดศีรษะ มึนงง เศร้า คอยดูแลช่วยเหลือตามอาการ

Nonbenzodiazepines ยาประเภทนี้เคยใช้ได้ผลดีในสมัยก่อน ใช้ในการลดความวิตกกังวล และทำให้นอนหลับ ปัจจุบันไม่นิยมใช้จะใช้เมื่อไม่มี Benzodiazepines ยาพวกนี้ ได้แก่ Barbiturate, Meprobamate, Alcohol และ Chloral hydrate ปัจจุบันไม่ใช้แล้ว เพราะมักทำให้ติดยา และถ้าใช้ในปริมาณสูงเกินไปจะไปกดระบบประสาทส่วนกลางและเป็นอันตรายได้

ข้อควรระวังในการใช้ยานี้

เมื่อใช้ยานี้ควรระวังอาการดังนี้

1. อาการง่วงนอน ต้องระวังในผู้ที่ต้องขับรถ หรือทำงานกับเครื่องจักรกล
2. เกิดการติดยา ยาพวกนี้มักหาซื้อได้ง่าย และมักใช้กันบ่อยมากเพื่อลดอาการกระวนกระวาย นอนไม่หลับ เมื่อใช้บ่อยๆ และในปริมาณเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็อาจติดยาได้
3. ฤทธิ์ของยาตกค้าง ผู้ใช้ยาประเภทนี้มักมีอาการคง่วงนอน ไม่สดชื่น แม้จะใช้ยานี้ไปแล้วเกิน 6-8 ชั่วโมงก็ตาม อาจมีฤทธิ์ของยาตกค้าง ทำให้ยังคงง่วงนอน ไม่สดชื่นในระยะยาวได้
4. การขาดยาทันทีทันใด อาจมีอาการกระวนกระวายสูงถึงชักได้

หลักในการให้ยาประเภทนี้

1. ก่อนให้ยา พยาบาลต้องประเมินสภาวะของผู้ป่วยทั้งร่างกายและจิตใจและตระหนักรู้ถึงข้อบ่งชี้และข้อจำกัดในการใช้ยาแต่ละชนิด ยาหลายชนิดห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์และมารดาในระยะให้นมบุตรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะเสี่ยงกับฤทธิ์ข้างเคียงของยาสูง ผู้ป่วยอาจบ่นเรื่องความไม่สุขสบายจากอาการง่วงนอน พยาบาลอธิบายให้เข้าใจตามความเหมาะสม ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกดีขึ้นโดยการให้ดื่มน้ำอุ่น หรือทำกิจกรรมตามความเหมาะสม
2. ยาก่อนนอน ให้ก่อนนอนเพื่อให้ผู้ป่วยหลับ
3. การให้ยาฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ควรฉีดให้ลึกพอควรและดันยาเข้าช้าๆ บริเวณกล้ามเนื้อมัดใหญเพื่อลดอาการปวด
4. สังเกตอาการต่างๆ ที่อาจเกิดจากฤทธิ์ของยา และฤทธิ์ข้างเคียงของยาหรืออาการหลับนานเกินไป
5. ระมัดระวังอาการหลับนานเกินไป ความดันโลหิตต่ำ เจ็บปวดบริเวณฉีดยาผิวหนังเป็นผื่น อาการตื่นเต้นขึ้นๆ ลงๆ

Career

อาชีพเสริมทำเงินหรือเป็นรายได้เสริมจากงานประจำ More...

Products

ผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามระดับโลกด้วยรางวัล More...

Contact

Tel: 081-845-3115 แนะนำสินค้าชั้นนำได้อย่างตรงจุด More...

Twitter





สำนักงานบัญชี

Latest Posts

Like Box